News

รมว.พาณิชย์ยืนยันพลังงานราคาขึ้น ยังไม่กระทบต้นทุนอาหาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาอาหารปรุงสำเร็จและสินค้าอุปโภคบริโภค ระบุไม่พบการขึ้นราคา พร้อมชี้แจงพ่อค้าแม่ค้าราคาก๊าซหุงต้มขึ้นกระทบต้นทุนเล็กน้อย ขอให้ช่วยตรึงราคาเดิมเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารปรุงสำเร็จ ณ ศูนย์อาหารตลาดกลางบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมกล่าวว่า เป็นการติดตามสถานการณ์หลังจากที่ก๊าซแอลพีจีปรับขึ้นเป็นถังละ 395 บาท (ถัง 15 กิโลกรัม) จากเดิม 353 บาท และการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าทั้งอาหารปรุงสำเร็จและสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะผลการศึกษาของกระทรวงพาณิชย์พบว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบว่า พ่อค้าแม่ค้ายังจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จในราคาเดิม ไม่มีการปรับขึ้นราคา โดยยอมรับว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มกระทบความรู้สึกประชาชนมากกว่าต้นทุนราคาขาย ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้มีการตรึงราคาเดิมเอาไว้ เพราะก๊าซหุงต้มที่เพิ่มขึ้น มีผลการศึกษาของกรมการค้าภายในออกมาว่ากระทบต่อต้นทุนการผลิตเพียงเล็กน้อยแค่ 15-20 สตางค์เท่านั้น โดยจากการสอบถามพบว่า ก๊าซหุงต้ม ถัง 15 กิโลกรัม สามารถปรุงอาหารได้เฉลี่ย 500 – 600 จาน มากกว่าที่กรมการค้าภายในคาดการณ์เฉลี่ย 300 จานต่อถังจึงไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาได้

ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป พบว่า ยังจำหน่ายเป็นปกติ ไม่พบว่ามีสินค้ารายการใดปรับขึ้นราคาและจากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้า ก็ไม่พบว่า มีการแจ้งปรับขึ้นราคาจากผู้ผลิตเข้ามาแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับที่กระทรวงพาณิชย์ได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ และเท่าที่ตรวจสอบกับกรมการค้าภายใน ก็ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดยื่นเรื่องปรับขึ้นราคาเข้ามา แต่เพื่อไม่เป็นการประมาท ได้สั่งการให้มีการหารือกับผู้ผลิตสินค้า (ซัปพลายเออร์) แล้ว ซึ่งจะมีการหารือเพื่อประเมินสถานการณ์

​นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า ในการดูแลการบริโภคอาหารปรุงสำเร็จให้กับประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้มีทางเลือก โดยส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคอาหารปรุงสำเร็จจากร้านอาหารหนูณิชย์ ซึ่งมีราคาจำหน่ายไม่เกินจาน/ชามละ 25-35 บาท และเป็นอาหารที่มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ และปิดป้ายราคาชัดเจน โดยปัจจุบันมีจำนวนร้านหนูณิชย์มากถึง 14,157ร้าน แยกเป็นในกรุงเทพฯ 4,689 ร้าน ภูมิภาค 9,434 ร้าน โดยประชาชนสามารถเลือกบริโภคอาหารปรุงสำเร็จจากร้านที่ใกล้บ้านได

ขณะที่การลดภาระด้านการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้กลไกของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยประสานผู้ผลิตจัดส่งสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด เข้าไปจำหน่าย เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไป และล่าสุดกำลังจะประสานผู้ผลิตรายใหญ่ให้จัดส่งสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อนำไปจัดเป็นมุมธงฟ้า เพื่อให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นร้านขายสินค้าราคาถูกหรือดิสเคาน์ช็อปอย่างถาวรด้วย ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จ จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้อีกมาก ​ขณะเดียวกัน ยังได้ใช้กลไกของการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด นำสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ 20 – 40 ไปจำหน่ายให้กับประชาชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน และหากมีความจำเป็นจะพิจารณาจัดเพิ่มขึ้นต่อไป

ด้านการตรวจสอบราคาข้าวสารเบื้องต้นไม่พบการปรับขึ้นราคา แม้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้นมากถึงตันละ 15,000-17,000 บาท เนื่องจากมีปริมาณข้าวหอมมะลิเข้าสู่ตลาดน้อยกว่าที่คาด จากเดิมคาดว่าจะมีผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ 9-10 ล้านตัน แต่ลดลงเหลือแค่ 7 ล้านตัน โดยข้าวหอมมะลิสุรินทร์ กิโลกรัมละ 37 บาท ข้าวเสาไห้ กิโลกรัมละ 27 บาท

ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าไก่สด ตลาดกลางบางใหญ่ต่างบอกว่า ยอดขายช่วงเปิดเทอมต่างลดลงกว่าครึ่งเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ขณะที่ผู้ปกครองใช้จ่ายเงินในช่วงเทศกาลเปิดเทอมจำนวนมาก จับจ่ายซื้อของสดน้อยลง ด้านพ่อค้าแม่ค้าเร่ก็ขายไม่ดี มารับสินค้าไปขายต่อน้อยลงเช่นเดียวกัน ขณะที่ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น แต่ไม่สามารถขยับขึ้นได้ทันที เพราะคาดจะกระทบลูกค้าและยอดขาย วอนภาครัฐเข้ามาดูแลและเร่งแก้ไข

นายอิทธิพัทธ์ ภูกิจจีรภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มกระทบต้นทุนเพียงเล็กน้อยไม่ถึงร้อยละ 1 เท่านั้น โดยจะพยายามตรึงราคาขายตามเดิมอยู่ที่ชามละ 35 ถึง 45 บาท เพราะหากมีการปรับราคาขายขึ้นอาจจะกระทบยอดขาย โดยต้นทุนหลักของแฟรนไชส์ มาจากค่าเช่าที่ ค่าจัดส่งและราคาก๊าซหุงต้มเป็นหลัก โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีการปรับราคาขายขึ้นเพียง 2 ครั้ง จาก 25 บาทมาอยู่ที่ 35 บาท ซึ่งมองว่า ราคาก๊าซหุงต้มจะปรับขึ้นลงตลอดเวลาอยู่แล้ว ในครั้งนี้จะติดตามใกล้ชิด หากมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเกินถังละ 420 บาท อาจจะมีการพิจารณาปรับราคาขายอีกครั้งหนึ่ง. – สำนักข่าวไทย